วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

โรคเกาต์ ดูแลอย่างไรดี

ที่มา : นศภ.ปณิดา ไทยอ่อน นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โรคเกาต์ (gout) เกิดจากการสะสมผลึกเกลือโมโนโซเดียมยูเรต (monosodium urate) ในน้ำไขข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ สืบเนื่องจากการมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง (hyperuricemia) ที่มีค่ามากกว่า 6 และ 7 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ในเพศหญิงและชายตามลำดับ
โรคเกาต์ ดูแลอย่างไรดี
โรคเกาต์ ดูแลอย่างไรดี
ทั้งนี้การตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกาต์ทำได้โดยการตรวจพบผลึกเกลือโมโนโซเดียมยูเรต จากน้ำไขข้อหรือก้อนที่เห็นเป็นตะปุ่มตะป่ำ เรียกว่าก้อนโทฟัส (tophus) อย่างไรก็ตามระดับกรดยูริกในเลือดสูงอย่างเดียวนั้น ยังไม่สามารถที่จะยืนยันว่าเป็นโรคเกาต์ได้ ต้องมีอาการปวดบวมที่ข้อ หรือพบก้อนโทฟัส (tophus) ร่วมด้วย1,2 โรคเกาต์ ถือเป็นโรคข้ออักเสบที่พบบ่อยมีอุบัติการณ์การเกิด 4.3 คนต่อประชากรไทย 100,000 คน3 พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะให้ผู้ป่วยรับมือกับโรคเกาต์ได้ คือความเข้าใจในตัวโรคและการดูแลที่ถูกต้อง

ยาที่ผู้หญิงพึงระวัง

ที่มา : เภสัชกร สุรศักดิ์ วิชัยโย ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
หลายคนอาจคุ้นเคยหรือเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับยาบางตัวในกลุ่มมิดาโซแลม (midazolam) ที่มีการนำมาใช้ผสมเครื่องดื่มเพื่อล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชายที่อาจตกเป็นเป้าหมาย
ยาที่ผู้หญิงพึงระวัง
ยาที่ผู้หญิงพึงระวัง
ทั้งนี้ เนื่องจากยาดังกล่าวมีฤทธิ์ทำให้หลับ อีกทั้งหลังจากตื่นขึ้นมาจะจำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นขณะได้รับยานั้นไม่ได้ แต่ปัจจุบัน เริ่มมีการลักลอบนำเข้าสารอื่นๆ มาใช้ในการล่วงละเมิดทางเพศหลากหลายชนิดมากขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่
สารที่หวังผลเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เช่น
แมลงวันสเปน (Spanish fly) ถูกผลิตออกมาหลายรูปแบบ เช่น เป็นของเหลวใส เป็นผงหรือผลึก ซึ่งนำมาใช้ในทางที่ผิดโดยการหยดหรือผสมลงไปในเครื่องดื่ม เนื่องจากสารแคนธาริดิน (cantharidin) จากแมลงวันสเปน มีฤทธิ์กัดกร่อน จึงทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้มีเลือดไปคั่งที่หลอดเลือด รวมทั้งมีการอักเสบที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าเป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลต่ออารมณ์ทางเพศของแมลงวันสเปน อีกทั้ง ด้วยฤทธิ์กัดกร่อนของสารชนิดนี้ จึงสามารถทำให้เกิดแผลตามอวัยวะต่างๆในร่างกาย เช่น เกิดแผลและเลือดออกได้ทุกบริเวณตลอดทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปากจนถึงทวารหนัก ปัสสาวะเป็นเลือด หรืออาจมีเลือดออกที่อวัยวะเพศ นอกจากนี้ ยังมีผลทำลายไต เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

วิตามินอี ดีหรือโทษอย่างไร

ที่มา : งานเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย นศภ. ทศพล จันทร์ดี

หนึ่งในวิตามินที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระเอกที่ช่วยปกป้องร่างกาย คงหนีไม่พ้น “วิตามินอี” ซึ่งจากความน่าสนใจในประโยชน์ต่างๆ ดึงดูดให้ผู้บริโภคหลายๆ คนใช้วิตามินอี โดยลืมคำนึงถึงความจำเป็นที่ควรจะได้รับหรือโทษที่อาจเกิดขึ้นเมื่อได้รับมาจนเกินความต้องการของร่างกาย บทความนี้จึงต้องการให้ความรู้กับผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจถึงความจำเป็นในการใช้ประโยชน์ และโทษต่างๆ ของวิตามินอีมากยิ่งขึ้น
วิตามินอี ดีหรือโทษอย่างไร
วิตามินอี ดีหรือโทษอย่างไร
วิตามินอี สำคัญอย่างไร ?
วิตามินอี หรือ โทโคเฟอรอล (Tocopherol) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน จัดเป็นหนึ่งในวิตามินที่สำคัญที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ โดยวิตามินอีจะช่วยป้องกันการแตกของเม็ดเลือดแดง ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดและการอุดตันของเส้นเลือด ลดการเกิดกระบวนการอักเสบในร่างกายที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ และยังมีฤทธิ์อื่นๆ อีกมากมาย มีหน้าที่เบื้องต้นเสมือนฟองน้ำที่คอยดูดซับอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อถูกทำลาย หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “สารต้านอนุมูลอิสระ”

เบาหวานกับการออกกำลังกาย

ที่มา: มูลนิธิหมอชาวบ้าน
เบาหวานกับการออกกำลังกาย
เบาหวานกับการออกกำลังกาย
        การออกกำลังกายมีส่วนช่วยเสริมในการบำบัดรักษาโรคเบาหวาน คือเป็น ๑ ใน ๓ ส่วนของการรักษา ได้แก่ การควบคุมอาหาร การรักษาด้วยยา และการออกกำลังกาย 
        การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน ได้รับการวิจัยจนเป็นที่ยอมรับแล้วว่า สามารถช่วยเพิ่มการทำงานของอินซูลินที่มีอยู่ในร่างกายได้ ทำให้สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดเข้าไปใช้งานในเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ตามปกติ ผู้ป่วยเบาหวานมักมีระดับไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ 

แพ้ยาพารา จะกินยาอะไรแก้ปวดดี

ที่มา : งานเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย นศภ.ฉัตรภรณ์ ใจมา

“ปวด” โรคหรืออาการอะไรก็ตามที่ขึ้นต้นด้วยคำนี้ ย่อมไม่เป็นเรื่องที่ฟังดูจรรโลงใจนัก ไม่ว่าจะปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดแขนขา เป็นต้น หากเป็นไปได้ก็คงไม่มีใครที่อยากจะรู้สึกถึงความปวด แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว ทำอย่างไรถึงจะบรรเทาอาการปวดได้

แพ้ยาพารา จะกินยาอะไรแก้ปวดดี
แพ้ยาพารา จะกินยาอะไรแก้ปวดดี
หลายท่านคงกำลังนึกถึงยาเม็ดแก้ปวดที่รู้จักกันดีในนาม “พาราเซตามอล” หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “อะเซตามิโนเฟน” ซึ่งอยู่ในหมวดยาสามัญประจำบ้านนั่นเอง สำหรับคนที่แพ้ยา หรือใช้ยาพาราเซตามอลไม่ได้ จะทำอย่างไร? จำเป็นต้องไปหาหมอทุกครั้งไหม? มียาอื่นใช้แทนได้ไหม?

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560

อาหารลดความดันโลหิตสูง

ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน
อาหารลดความดันโลหิตสูง
อาหารลดความดันโลหิตสูง
ความดันเลือดสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนไทย เฉลี่ยแล้ว ทุกๆ 5 คนจะมีผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง 1 คน อายุยิ่งมาก ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคมากขึ้นตาม ดังนั้น ผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปี ทุกคนควรได้รับการตรวจวัดความดันเลือดอย่างน้อยปีละครั้ง
1. กินอาหารต่อไปนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจากเดิมที่เคยกิน คือ
- ผัก หรือ ผลิตภัณฑ์จากพืช โดยเฉพาะผักสด เช่น ผักจิ้มน้ำพริก ส้มตำ ยำ
- ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้สดจะให้คุณค่าอาหารมากกว่าการคั้นน้ำ หรือที่ทำสำเร็จรูปบรรจุกล่อง (สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ต้องลดการกินผลไม้ลง ถ้าคุมระดับน้ำตาลไม่ได้)
- ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ถั่ว งาดำ เป็นต้น
- ปลานึ่ง ปลาต้ม (จะดีกว่าปลาทอด หรือแฮมเบเกอร์ปลา ซึ่งจะมีไขมันสูง)
- นมพร่องมันเนย หรือ นมปราศจากมันเนย หรือนมถั่วเหลือง

แนะเคล็ดลับสร้างหุ่นสวยด้วยโปรตีน

ที่มา: www.siamrath.co.th
แนะเคล็ดลับสร้างหุ่นสวยด้วยโปรตีน
แนะเคล็ดลับสร้างหุ่นสวยด้วยโปรตีน
“ภาวะน้ำหนักเกิน” หรือ “โรคอ้วน” ไม่เพียงสร้างปัญหาในแง่ของภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น หากแต่ยังเป็นภัยเงียบของปัญหาสุขภาพในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กๆจนถึงผู้ใหญ่วัยเกษียณ โดยเฉพาะโรคเรื้อรังหลายโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ถ้าสามารถควบคุมน้ำหนักได้ก็จะช่วยให้อาการของโรคทุเลาลงได้
ศ.นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโภชนบำบัดต่อมไร้ท่อและเบาหวาน บอกว่า ความอ้วนไม่ใช่สิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ต้องแก้ไขให้ถูกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย ส่วนใหญ่การดูแลเบื้องต้นจะเน้นไปที่การควบคุมน้ำหนัก ด้วยการควบคุมอาหารตามหลักโภชนาการ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ อย่างถูกสัดส่วน โดยไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เพียงเลือกรับประทานอาหารแต่ละหมวดหมู่อย่างเหมาะสม และต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ